การแบ่งแยกประเภทของ คีย์การ์ด มีอะไรกันบ้าง
ก่อนที่จะไปรู้เกี่ยวกับ ประเภทของ คีย์การ์ด เรามาทำความรู้จักกันสักนิดเรื่อง คีย์การ์ด กันก่อนแล้วกัน สำหรับเจ้าบัตรพวกนี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็นกุญแจของเราในการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราในการผ่านเข้าออกโดยที่ ใช้ คีย์การ์ด เป็นกุญแจเปิดปิดประตู โดยใช้สัญญาณไฟฟ้า หรือคลื่นความถี่นั่นเองโดยการใช้ต้องใช้คู่กับ ตัวอ่านคีย์แบบที่กำหนดด้วยจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของ และ ประเภทของคีย์การ์ด อันนี้แหละที่เราจะมาคุยกันต่อว่ามันมีอะไรกันบ้าง
หากเรานับเป็นแบบ
ประเภทของคีย์การ์ด มันก็มีอยู่สองประเภทด้วยกันคือ แบบบัตรที่เราเห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป และ แบบเหรียญ ซึ่งจะช่วยให้พกพาง่าย ตัวอย่างง่าย ๆ ก็ เหรียญในการใช้รถBTS นั่นแหละ แต่หากเราจะจำแนกตามคลื่นตามประเภท ในเมืองไทยตอนนี้ก็มีอยู่ด้วยกัน สามประเภทคือ แบบ ProximityCard, MilfareCard และ แบบ UHF ซึ่งแต่ละแบบก็มีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป แต่หากแยกเป็นความยาวคลื่นเราก็ได้บัตรเป็นสองประเภทคือ คลื่นความถี่ต่ำ และความถี่สูงนั่นเอง
ประเภทของคีย์การ์ด แบบProximityCard จะเป็นบัตรที่นิยมใช้กันมากในเมืองไทยเนื่องจากราคาถูก เป็นบัตรคลื่นสั้น ที่ไม่สามารถบันทึกอะไรได้ ส่วนใหญ่จะใช้กับการผ่านเข้าออกเท่านั้น มีความยาวคลื่นที่ 125 KHz และมักจะมีสองขนาด คือ 1.8 และ ขนาด 0.8 mm ส่วน บัตรMilfareCard จะคล้ายกับ Proximity Card แต่เป้นแบบความถี่สูง คือ 13.56 MHz แต่ จะมีแค่เพียงความหนาเดียวคือ ขนาด 0.8 mmแต่ที่แตกต่างคือ มันสามารถที่จะเขียนข้อมูลทับได้ เช่น บัตรศูนย์อาหาร บัตรลานจอดรถ ที่ต้องมีการ บันทึกการเข้าออก ส่วนอีกแบบคือ บัตร UHF บัตรแบบนี้จะใช้คลื่นความถี่ที่สูงมาก คือ 860-960 MHz โดยนิยมใช้กันมากในลานจอดต่าง ๆ เนื่องจากต้องใช้ความถี่มากในการที่จะยกไม้กระดก หรือป้องกันการรบกวนจาก คลื่นอื่น ๆ แต่ จริง ๆ แล้ว บัตรคีย์การ์ด ก็ยังมีแบบอื่น ๆ อีกเช่นกัน แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก
แต่การใช้งานส่วนใหญ่มักที่จะเน้นไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หาก เราอยู่ในพื้นที่ ที่ไม่ได้มีอะไรมากนัก เราก็อาจจะใช้เพียงProximity Card ซึ่งง่าย และสะดวก แต่ มันก็มีข้อเสียกันอยู่ที่ มันสามารถที่จะก๊อปปี้กันได้ง่าย แต่หากเราต้องกาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น หรือ ต้องการที่จะ ให้บัตรควบคุมการเข้าออกเราอาจจะใช้ Milfare Card และที่สำคัญคือ หัวอ่าน เราควรที่จะเลือกให้ตรงกับการใช้งานด้วยเช่นกัน และสิ่งสำคัญคือ เราจะทำยังไงให้ปลอดภัยที่สุดต่างหาก
